ในอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ การใช้เหล็กที่มีความแข็งสูง (Hardened Steel) เป็นเรื่องปกติเพื่อความทนทาน แต่สิ่งที่ตามมาคือปัญหา Tool Wear หรือการสึกหรอของเครื่องมือตัดที่รวดเร็วเกินไป บทความนี้จะเจาะลึกกลยุทธ์การจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ทำไม Tool Wear ถึงสำคัญในงานแม่พิมพ์แข็ง?
เมื่อเรากัดชิ้นงานที่มีค่าความแข็งสูงกว่า 50 HRC ขึ้นไป ความร้อนและความเครียดจะสะสมที่ปลายมีด (Cutting Edge) อย่างมหาศาล หากไม่มี การจัดการ Tool Wear ที่ดี จะส่งผลกระทบดังนี้:
- ชิ้นงานเสียขนาด (Dimensional Accuracy)
- ผิวงานไม่เรียบ (Poor Surface Finish)
- ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากการเปลี่ยน Tool บ่อย
กลยุทธ์การลดการสึกหรอที่มีประสิทธิภาพ
1. การเลือกใช้สารเคลือบผิว (Coating Selection)
สำหรับงานแม่พิมพ์แข็ง ควรเลือก Tool ที่มีการเคลือบผิวแบบ AlTiN หรือ TiAlN ซึ่งทนความร้อนได้สูง ช่วยป้องกันการสึกหรอแบบ Oxidative Wear ได้ดีเยี่ยม
2. การปรับพารามิเตอร์การตัด (Cutting Parameters)
หัวใจสำคัญคือการรักษาสมดุลระหว่าง Speed และ Feed การใช้กลยุทธ์ High-Speed Machining (HSM) โดยเน้นระยะป้อนลึกน้อยๆ แต่ใช้ความเร็วรอบสูง จะช่วยระบายความร้อนออกไปพร้อมกับเศษโลหะ (Chips) ได้ดีกว่า
3. การเลือกใช้ Trochoid Milling
เทคนิคการเดินเส้น Toolpath แบบวงกลมต่อเนื่องจะช่วยลดหน้าสัมผัส (Arc of Contact) ทำให้ Tool มีช่วงเวลา "พัก" เพื่อระบายความร้อน ลดการเกิด Thermal Cracking
สรุปการจัดการเพื่อความยั่งยืน
การจัดการ Tool Wear ในงานแม่พิมพ์แข็งไม่ใช่แค่การเลือกเครื่องมือที่แพงที่สุด แต่คือการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง ความเร็วตัด การระบายความร้อน และวัสดุเคลือบผิว หากทำได้ครบถ้วน คุณจะสามารถลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องมือได้อย่างน้อย 30-50%
การจัดการการสึกหรอ, แม่พิมพ์แข็ง, งานกัดเหล็กแข็ง, ยืดอายุการใช้งาน
"การตรวจติดตามการสึกหรออย่างสม่ำเสมอ (Tool Life Monitoring) คือกุญแจสำคัญที่ห้ามมองข้ามในระบบ Automation"

