ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การสร้าง แม่พิมพ์ต้นแบบ (Prototype Mold) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือแม่พิมพ์มักเกิดการบิดรูปหรือเสียหายเมื่อเจอความร้อนสูง บทความนี้จะเจาะลึก วิธีการทดสอบความทนความร้อน เพื่อให้คุณมั่นใจว่าแม่พิมพ์จะทำงานได้อย่างแม่นยำก่อนเริ่มการผลิตจริง
ทำไมต้องทดสอบความทนความร้อน?
การทดสอบ Heat Resistance ช่วยระบุขีดจำกัดของวัสดุที่ใช้ทำแม่พิมพ์ (เช่น เรซิน, อลูมิเนียม หรือซิลิโคน) เพื่อป้องกันความผิดพลาดทางวิศวกรรมและการเสียรูปทรงของชิ้นงาน
ขั้นตอนการทดสอบมาตรฐาน
1. การทดสอบ Heat Deflection Temperature (HDT)
เป็นการวัดอุณหภูมิที่วัสดุเริ่มเกิดการงอตัวภายใต้แรงกดที่กำหนด โดยวางชิ้นส่วนแม่พิมพ์ในน้ำมันที่มีการควบคุมอุณหภูมิและค่อยๆ เพิ่มความร้อนขึ้นจนถึงจุดวิกฤต
2. การจำลองการฉีดจริง (Thermal Cycling Test)
นำแม่พิมพ์ต้นแบบเข้าสู่กระบวนการฉีดหรือหล่อจริงในรอบสั้นๆ (Short Runs) เพื่อดูการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน (Thermal Shock)
3. การตรวจสอบด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Infrared Thermography)
ใช้กล้องอินฟราเรดตรวจจับจุดที่มีความร้อนสะสมผิดปกติ (Hot Spots) บนพื้นผิวแม่พิมพ์ขณะใช้งาน เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบระบายความร้อน
สรุปผลการทดสอบ
การเลือก วัสดุทนความร้อน ที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการทดสอบที่เข้มงวด จะช่วยลดต้นทุนในการแก้ไขแม่พิมพ์ในภายหลัง และเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในระยะยาว
