ในการกระบวนการปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Sheet Metal Stamping) ปัญหาที่วิศวกรและช่างเทคนิคพบบ่อยที่สุดคือ Spring-back หรือการดีดกลับของชิ้นงานหลังการขึ้นรูป ซึ่งทำให้ขนาดและรูปร่างของชิ้นงานคลาดเคลื่อนไปจากแบบ (Design) บทความนี้จะเจาะลึกเทคนิคการลด Spring-back เพื่อเพิ่มคุณภาพการผลิตครับ
Spring-back คืออะไร?
Spring-back คือปรากฏการณ์ที่โลหะพยายามคืนตัวกลับสู่สภาพเดิมบางส่วนหลังจากปล่อยแรงกดจากแม่พิมพ์ (Die) เนื่องจากคุณสมบัติความยืดหยุ่น (Elastic Recovery) ของวัสดุ โดยเฉพาะในกลุ่มเหล็ก High-strength steel จะมีค่าการดีดกลับที่สูงเป็นพิเศษ
5 เทคนิคยอดนิยมในการลด Spring-back
1. การเผื่อมุมแม่พิมพ์ (Bottoming / Overbending)
เป็นเทคนิคที่ง่ายที่สุด โดยการออกแบบแม่พิมพ์ให้มีมุมที่ลึกกว่ามุมที่ต้องการจริง (เช่น ต้องการมุม 90° แต่ออกแบบแม่พิมพ์ที่ 88°) เพื่อให้เมื่อโลหะดีดกลับแล้วจะได้มุมที่พอดีตามต้องการ
2. การทำ Stretch Forming
การดึงแผ่นโลหะให้ตึงในขณะขึ้นรูปจะช่วยเปลี่ยนสภาวะความเค้นภายในจากความเค้นดัด (Bending Stress) ให้เป็นการดึง (Tension) ทั่วทั้งความหนาของแผ่น ซึ่งช่วยลดแรงต้านที่จะทำให้เกิดการดีดกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. การกดเน้นที่รัศมี (Bottoming at the Radius)
ใช้แรงกดมหาศาลที่จุดสิ้นสุดของการเคลื่อนที่แม่พิมพ์ เพื่อทำให้เกิดการไหลตัวของพลาสติก (Plastic Deformation) บริเวณมุมโค้ง ซึ่งช่วย "Lock" รูปทรงของโลหะให้อยู่ตัวมากขึ้น
4. การใช้ความร้อนช่วย (Warm Stamping)
การเพิ่มอุณหภูมิให้กับโลหะก่อนปั๊มจะช่วยลด Yield Strength ของวัสดุ ทำให้โลหะอ่อนตัวลงและลดพลังงานสะสมที่จะทำให้เกิดการดีดกลับหลังปั๊ม
5. การวิเคราะห์ด้วย CAE Simulation
การใช้ซอฟต์แวร์จำลองการขึ้นรูปเพื่อคำนวณค่า Spring-back ล่วงหน้า ช่วยให้นักออกแบบแม่พิมพ์สามารถปรับแก้รูปทรงแม่พิมพ์ (Compensation) ได้แม่นยำตั้งแต่ก่อนสร้างแม่พิมพ์จริง
สรุป
การจัดการกับ Spring-back ในงานปั๊มโลหะ จำเป็นต้องอาศัยทั้งประสบการณ์และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การเข้าใจพฤติกรรมของวัสดุจะช่วยลดของเสีย (Scrap) และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้อย่างยั่งยืน

