ในอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ (Mold & Die) ปัจจุบัน เทคโนโลยี Hybrid Machining หรือการกัดงานแบบผสมผสานกำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเป็นการรวมเอาข้อดีของ Additive Manufacturing (การเติมเนื้อวัสดุ) และ Subtractive Manufacturing (การตัดแต่งขึ้นรูป) เข้าไว้ในเครื่องจักรเครื่องเดียว
Hybrid Machining คืออะไร?
กระบวนการนี้เริ่มต้นจากการใช้ Laser Powder Bed Fusion หรือ Directed Energy Deposition เพื่อสร้างโครงสร้างแม่พิมพ์ที่มีความซับซ้อน เช่น Conformal Cooling Channels (ช่องหล่อเย็นตามรูปทรง) จากนั้นจึงใช้การกัด (Milling) ความเร็วสูงเพื่อเก็บละเอียดพื้นผิวให้ได้ค่าความแม่นยำระดับไมครอน
3 เทคนิคสำคัญในการใช้ Hybrid Machining สำหรับแม่พิมพ์
1. การออกแบบช่องหล่อเย็นอิสระ (Conformal Cooling)
เทคนิคนี้ช่วยให้ระบายความร้อนได้เร็วกว่าแม่พิมพ์แบบเดิมถึง 30-50% ลด Cycle Time ในการฉีดพลาสติกได้อย่างมหาศาล การใช้ Hybrid Machining ช่วยให้เรากัดผิวภายในช่องหล่อเย็นได้เรียบเนียน ลดการสะสมของตะกรัน
2. การซ่อมแซมแม่พิมพ์เฉพาะจุด (Localized Repair)
แทนที่จะทิ้งแม่พิมพ์ที่สึกหรอ เราสามารถใช้หัวเลเซอร์เติมเนื้อโลหะลงไปเฉพาะจุดที่เสียหาย แล้วใช้ CNC กัดแต่งให้กลับมามีขนาดเท่าเดิม ช่วยประหยัดค่าวัสดุและเวลา
3. การเลือกใช้วัสดุแบบ Multi-Material
เราสามารถสร้างฐานแม่พิมพ์ด้วยเหล็กเหนียวราคาถูก และใช้ Hybrid Machining เติมเนื้อเหล็กกล้าเครื่องมือ (Tool Steel) เฉพาะบริเวณผิวสัมผัสที่ต้องการความแข็งแรงสูง
สรุปข้อดีสำหรับผู้ประกอบการ
- ลดเวลาการผลิต: รวมขั้นตอนการสร้างและตบแต่งไว้ในเครื่องเดียว
- คุณภาพสูงขึ้น: ผิวชิ้นงานละเอียดและช่องระบายความร้อนมีประสิทธิภาพสูง
- ความคุ้มค่า: ลดการสูญเสียเศษโลหะ (Scrap) และยืดอายุการใช้งานแม่พิมพ์
Hybrid Machining, ผลิตแม่พิมพ์, เทคโนโลยีCNC, แม่พิมพ์อุตสาหกรรม

