การรักษามาตรฐาน "มิติของแม่พิมพ์" ในทุกๆ รอบการผลิตถือเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมคุณภาพ (Quality Control) เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจส่งผลเสียต่อชิ้นงานและต้นทุนการผลิต บทความนี้จะพาทุกคนไปดูขั้นตอนและเทคนิคการประเมินคุณภาพแม่พิมพ์อย่างมืออาชีพ
1. การตรวจสอบขนาดและตำแหน่ง (Dimensional & Positional Inspection)
ในทุกรอบการผลิต มิติของแม่พิมพ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากความร้อนและความดัน การใช้เครื่องมือวัดความละเอียดสูง เช่น CMM (Coordinate Measuring Machine) หรือ Vernier Caliper เพื่อตรวจสอบ ค่าความคลาดเคลื่อน (Tolerance) เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้
2. การตรวจเช็คสภาพผิวและความสึกหรอ (Surface Finish and Wear Analysis)
คุณภาพผิวของแม่พิมพ์ส่งผลโดยตรงต่อผิวสัมผัสของผลิตภัณฑ์ การประเมินควรครอบคลุมถึง:
- การตรวจสอบรอยขีดข่วนหรือการกัดกร่อน
- การวัดความเรียบผิว (Surface Roughness)
- การตรวจสอบจุดเสี่ยงที่อาจเกิดการบิ่นหรือแตกร้าว
3. การบันทึกข้อมูลและเปรียบเทียบค่าสถิติ (Data Logging)
การประเมินที่มีประสิทธิภาพต้องมีการบันทึกข้อมูล รอบการผลิต อย่างเป็นระบบ เพื่อทำ Trend Analysis หากพบว่ามิติเริ่มมีการขยับออกจากค่ามาตรฐาน (Set Point) จะได้ทำการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ได้ทันท่วงที
สรุป: การประเมินคุณภาพมิติของแม่พิมพ์อย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่ช่วยลดอัตราของเสีย (Reject Rate) แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแม่พิมพ์ให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย
คุณภาพแม่พิมพ์, ตรวจสอบมิติ, รอบการผลิต, MoldQC

