ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การใช้ไมโครมิเตอร์หรือเวอร์เนียร์อีกต่อไป เทคนิคการตรวจสอบชิ้นงานด้วย Laser Scanner กลายเป็นโซลูชันสำคัญที่ช่วยให้วิศวกรสามารถตรวจวัดความละเอียดของชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้อย่างแม่นยำในระดับไมครอน
ทำไมต้องเลือกใช้ Laser Scanner ในการตรวจสอบชิ้นงาน?
การใช้เครื่องสแกนเลเซอร์ (3D Laser Scanner) ช่วยเปลี่ยนจากวัดจุดต่อจุด เป็นการเก็บข้อมูลพื้นผิวทั้งหมด (Surface Data) ในรูปแบบของ Point Cloud ซึ่งมีข้อดีดังนี้:
- Non-contact Measurement: ตรวจสอบได้โดยไม่ต้องสัมผัสชิ้นงาน ป้องกันการเสียรูปหรือรอยขีดข่วน
- High Speed Data Capture: เก็บข้อมูลนับล้านจุดภายในไม่กี่วินาที
- Complex Geometry: ตรวจเช็คชิ้นงานที่มีส่วนโค้งเว้าซับซ้อนที่เครื่องมือวัดทั่วไปเข้าไม่ถึง
ขั้นตอนและเทคนิคการตรวจสอบชิ้นงานอย่างมืออาชีพ
1. การเตรียมพื้นผิวชิ้นงาน (Surface Preparation)
หากชิ้นงานมีความเงาวาวหรือโปร่งแสง เลเซอร์อาจจะสะท้อนผิดเพี้ยน เทคนิคสำคัญคือการใช้สเปรย์แป้ง (Scanning Spray) เคลือบบางๆ เพื่อให้แสงเลเซอร์จับพื้นผิวได้ดีขึ้น
2. การทำ Alignment (การจัดวางตำแหน่ง)
หัวใจสำคัญของ การตรวจสอบชิ้นงานด้วย Laser Scanner คือการเปรียบเทียบข้อมูลที่สแกนได้กับไฟล์ CAD (CAD-to-Part Comparison) การทำ Alignment ที่แม่นยำจะช่วยให้เห็นค่าเบี่ยงเบน (Deviation) ได้ชัดเจน
3. การวิเคราะห์ Color Map
ผลลัพธ์ที่ได้มักแสดงผลในรูปแบบ Color Map หรือแผนภูมิสี เพื่อระบุว่าจุดไหนของชิ้นงานที่ "เกิน" (Plus) หรือ "ขาด" (Minus) จากแบบร่างต้นฉบับ ช่วยให้การตัดสินใจในฝ่ายผลิตทำได้รวดเร็วขึ้น
Pro Tip: ควรเลือกความละเอียด (Resolution) ให้เหมาะสมกับขนาดชิ้นงาน หากตั้งค่าละเอียดเกินไปจะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่และประมวลผลช้าโดยไม่จำเป็น
สรุป
การนำ เทคนิคการตรวจสอบชิ้นงานด้วย Laser Scanner มาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ แต่ยังช่วยลดเวลาในกระบวนการ QC และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในมาตรฐานการผลิตของคุณ
Laser Scanner, 3D Scanning, Quality Control, วิศวกรรม, การตรวจสอบชิ้นงาน, Metrology, CAD Comparison

