ในอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์โลหะ (Die & Mold) ความแม่นยำคือหัวใจสำคัญ การตรวจสอบ Geometric Accuracy หรือความถูกต้องทางเรขาคณิต ไม่ได้เป็นเพียงแค่การวัดขนาด แต่เป็นการรับประกันว่าชิ้นส่วนที่ผลิตออกมาจะได้มาตรฐานและลดของเสียในกระบวนการผลิตให้น้อยที่สุด
Geometric Accuracy คืออะไร?
Geometric Accuracy หมายถึง ความถูกต้องของรูปทรง ตำแหน่ง และลักษณะทางกายภาพของแม่พิมพ์เมื่อเทียบกับแบบร่าง 3D CAD โดยครอบคลุมหัวใจสำคัญดังนี้:
- Dimensional Accuracy: ค่าความคลาดเคลื่อนของขนาด (Tolerance)
- Form Accuracy: ความถูกต้องของรูปทรง เช่น ความราบเรียบ (Flatness) หรือความกลม (Roundness)
- Positional Accuracy: ตำแหน่งของรูเจาะหรือแกนต่างๆ
เครื่องมือที่นิยมใช้ในการตรวจสอบ
เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุด ผู้เชี่ยวชาญมักเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับลักษณะงาน:
- CMM (Coordinate Measuring Machine): ให้ความแม่นยำสูงสุดในการวัดพิกัด 3 แกน
- 3D Laser Scanner: เหมาะสำหรับการตรวจสอบพื้นผิวที่มีความโค้งมนซับซ้อน (Complex Surfaces) โดยสร้าง Point Cloud เพื่อเปรียบเทียบกับไฟล์ CAD
- Portable Measuring Arm: เพิ่มความคล่องตัวในการตรวจสอบแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก
ขั้นตอนการตรวจสอบ Geometric Accuracy ในแม่พิมพ์โลหะ
เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ ควรดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้:
1. การจัดเตรียมชิ้นงาน (Setup)
ทำความสะอาดแม่พิมพ์และควบคุมอุณหภูมิในห้องวัดให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันการขยายตัวของโลหะที่อาจทำให้ค่าคลาดเคลื่อน
2. การกำหนดจุดอ้างอิง (Datum Alignment)
การเลือกจุดอ้างอิงที่ถูกต้องตามแบบวิศวกรรมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การวัดในจุดอื่นๆ มีความสัมพันธ์กันอย่างแม่นยำ
3. การวิเคราะห์ผลและรายงาน (Data Analysis)
นำค่าที่ได้จากการวัดมาเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน (Nominal Value) หากพบว่าค่า Geometric Accuracy อยู่นอกเหนือเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องทำการปรับแต่งแม่พิมพ์ (Mold Tuning) ต่อไป
สรุป
การตรวจสอบความถูกต้องทางเรขาคณิตเป็นขั้นตอนที่ไม่สามารถละเลยได้ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ยุคใหม่ การเลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและกระบวนการตรวจสอบที่รัดกุม จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ในระยะยาว
Metal Mold, Geometric Accuracy, Quality Control, 3D Metrology

