ในอุตสาหกรรมการผลิตที่มีความแม่นยำสูง (Precision Manufacturing) การควบคุมคุณภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่หัวใจสำคัญคือ การตรวจสอบ Edge Quality (คุณภาพขอบชิ้นงาน) และ Dimensional Accuracy (ความแม่นยำทางมิติ) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการประกอบชิ้นส่วนและการทำงานของผลิตภัณฑ์
Edge Quality คืออะไร? และทำไมจึงสำคัญ
Edge Quality หมายถึง ความเรียบเนียนและความสะอาดของขอบชิ้นงานหลังผ่านกระบวนการตัด เช่น Laser Cutting, CNC หรือ Waterjet การตรวจสอบที่ดีจะช่วยลดปัญหา Burr (เศษครีบ) และความขรุขระที่อาจทำให้ชิ้นงานไม่ได้มาตรฐาน
- Roughness (ความขรุขระ): ตรวจสอบระดับความเรียบตามมาตรฐาน ISO
- Burr Measurement: การวัดความสูงของเศษครีบที่ตกค้าง
- Heat Affected Zone (HAZ): ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของเนื้อวัสดุจากความร้อน
Dimensional Accuracy: กุญแจสู่มาตรฐานสากล
Dimensional Accuracy คือการวัดว่าชิ้นงานที่ผลิตออกมามีขนาดตรงกับแบบร่าง (CAD Design) มากน้อยเพียงใด โดยใช้เครื่องมือวัดที่ละเอียดสูงเพื่อให้แน่ใจว่าค่า Tolerance อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
เครื่องมือที่นิยมใช้ในการตรวจสอบ
- CMM (Coordinate Measuring Machine): เครื่องวัดพิกัดสามมิติที่ให้ความแม่นยำสูงสุด
- Optical Measurement Systems: การใช้กล้องและแสงในการสแกนขอบและรูปร่างโดยไม่สัมผัสชิ้นงาน
- Digital Calipers & Micrometers: สำหรับการตรวจสอบขั้นพื้นฐานในหน้างาน
"ความแม่นยำในระดับไมครอน คือสิ่งที่แยกแยะระหว่างชิ้นงานทั่วไปกับชิ้นงานระดับคุณภาพสูง"
สรุปการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
การรวมการตรวจสอบทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน ช่วยลดของเสีย (Scrap) ในกระบวนการผลิต และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าสินค้าทุกชิ้นมีคุณภาพสม่ำเสมอ หากคุณต้องการยกระดับมาตรฐานโรงงาน การลงทุนในระบบตรวจสอบอัตโนมัติ (Automated Inspection) คือทางเลือกที่ไม่ควรละเลย
การควบคุมคุณภาพ, ความแม่นยำมิติ, ตรวจสอบชิ้นงาน, วิศวกรรมการผลิต

