ในการทำงานกัดหรือกลึงโลหะ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคืออายุการใช้งานของเครื่องมือตัด (Tool Life) และคุณภาพผิวงาน ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการเลือก Cutting Conditions หรือเงื่อนไขการตัดเฉือนให้เหมาะสมกับ ความแข็งของโลหะ (Material Hardness) บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการปรับค่าต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด
ความสัมพันธ์ระหว่างความแข็งโลหะและเงื่อนไขการตัด
โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งวัสดุมีความแข็งมากเท่าใด (เช่น เหล็กชุบแข็ง หรือสแตนเลสบางเกรด) เราจำเป็นต้องปรับลดความเร็วตัดลงเพื่อป้องกันความร้อนสะสมที่คมตัด
1. ความเร็วตัด (Cutting Speed - Vc)
ความเร็วตัดคือตัวแปรที่ส่งผลต่อความร้อนมากที่สุด:
- โลหะอ่อน (Soft Metals): เช่น อะลูมิเนียม สามารถใช้ Vc สูงได้
- โลหะแข็ง (Hardened Steel): ต้องใช้ Vc ต่ำ เพื่อยืดอายุการใช้งานของ Insert หรือ End mill
2. อัตราการป้อน (Feed Rate - f)
การเลือก Feed Rate ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับค่าความแข็ง หากเลือก Feed Rate สูงเกินไปในวัสดุแข็ง จะทำให้เกิดแรงต้านการตัดมหาศาลจนเครื่องมือหัก (Tool Breakage) แต่ถ้าต่ำเกินไปจะเกิดการเสียดสี (Rubbing) จนทำให้ผิวงานแข็งตัว (Work Hardening)
3. ความลึกในการตัด (Depth of Cut - ap)
ในโลหะที่มีความแข็งสูง แนะนำให้ใช้การกินลึกทีละน้อย (Light Cuts) แต่เพิ่มจำนวนรอบในการเดินงานแทน เพื่อรักษาความเสถียรของเครื่องจักรและลดแรงสั่นสะเทือน
ตารางเปรียบเทียบ Cutting Conditions เบื้องต้น
| ประเภทโลหะ | ความเร็วตัด (Vc) | คำแนะนำเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| เหล็กเหนียว (Low Carbon) | สูง (High) | เน้นการระบายเศษที่ดี |
| เหล็กกล้าผสม (Alloy Steel) | ปานกลาง (Medium) | ควรใช้สารหล่อเย็น |
| เหล็กชุบแข็ง (Hardened Steel) | ต่ำ (Low) | ใช้เครื่องมือกลุ่ม Carbide เกรดพิเศษ |
สรุป: การเลือก Cutting Conditions ที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยให้งานเสร็จไวขึ้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนค่า Tooling และรักษาสภาพเครื่องจักร CNC ของคุณให้ใช้งานได้ยาวนาน
งานกลึงโลหะ,เงื่อนไขการตัด,ความแข็งโลหะ,ช่างกลโรงงาน

