ในโลกของงานวิศวกรรมความละเอียดสูง การควบคุมค่า Critical Tolerance หรือค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ในระดับวิกฤต คือหัวใจสำคัญของการประกอบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ เช่น โครงสร้างอากาศยาน เครื่องจักรหนัก หรือไลน์การผลิตอัตโนมัติ
ทำไมต้องใช้ Laser Tracker ในการตรวจสอบ?
เมื่อชิ้นงานมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่เครื่อง CMM แบบตั้งโต๊ะจะรองรับได้ Laser Tracker จึงเป็นโซลูชันที่ดีที่สุด ด้วยความสามารถในการวัดระยะที่ไกลและให้ความละเอียดในระดับไมครอน
จุดเด่นของการวัดด้วย Laser Tracker
- High Precision: ตรวจสอบค่าความเบี่ยงเบนได้แม่นยำสูง แม้ในระยะทางหลายสิบเมตร
- Real-time Data: แสดงผลการวัดเปรียบเทียบกับแบบ CAD ได้ทันที
- Portability: สามารถเคลื่อนย้ายไปติดตั้งหน้างาน (On-site inspection) ได้สะดวก
ขั้นตอนการตรวจสอบ Critical Tolerance
- Preparation: การตั้งค่าสภาพแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบจากอุณหภูมิและการสั่นสะเทือน
- Referencing: การกำหนดจุดอ้างอิง (Alignment) ตามแบบวิศวกรรม
- Measurement: การใช้ SMR (Spherically Mounted Reflector) สแกนตามจุดวิกฤตที่ระบุไว้ใน GD&T
- Analysis: วิเคราะห์ผลลัพธ์ว่าอยู่ในเกณฑ์ Tolerance ที่กำหนดหรือไม่
สรุปได้ว่าการใช้ Laser Tracker ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในคุณภาพงาน แต่ยังช่วยลดความสูญเสียจากการผลิตชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐาน (Rejection Rate) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
