การนำเทคโนโลยี 3D Printing มาใช้ในงานอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ (Mold Making) ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาได้มหาศาล แต่ก่อนที่คุณจะกดสั่งพิมพ์ การประเมินความเหมาะสมของชิ้นงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพื่อป้องกันความล้มเหลวและประหยัดวัสดุ
เทคนิคการประเมินความเหมาะสมของงานแม่พิมพ์ก่อนใช้ 3D Printing
ในการประเมินว่าแม่พิมพ์ของคุณเหมาะกับการพิมพ์ 3D หรือไม่ ควรพิจารณาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน ดังนี้:
1. การวิเคราะห์รูปทรงและองศา (Geometry & Draft Angles)
ตรวจสอบว่าชิ้นงานมีส่วนที่ยื่นออกมา (Overhangs) มากเกินไปหรือไม่ หากองศาชันกว่า 45 องศา อาจต้องใช้ Support จำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลต่อผิวสัมผัสของแม่พิมพ์ การออกแบบ Draft Angle ที่เหมาะสมจะช่วยให้การถอดชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์ทำได้ง่ายขึ้น
2. ความละเอียดและค่าความคลาดเคลื่อน (Tolerance & Resolution)
แม่พิมพ์ต้องการความแม่นยำสูง คุณต้องประเมินว่าเครื่องพิมพ์ 3D ของคุณสามารถทำระยะ Tolerance ตามที่ออกแบบไว้ได้หรือไม่ หากเป็นงานที่ต้องการความละเอียดสูง (High Precision) เทคโนโลยี SLA หรือ DLP อาจจะเหมาะสมกว่า FDM
3. คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ (Material Properties)
วัสดุที่ใช้พิมพ์ต้องทนต่อแรงดันและความร้อนในกรณีที่เป็นแม่พิมพ์สำหรับฉีดพลาสติก (Injection Molding) การประเมิน Heat Deflection Temperature (HDT) ของเรซินหรือเส้นฟิลาเมนต์จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้
SEO Tip: การใช้คีย์เวิร์ดอย่าง "การออกแบบแม่พิมพ์", "วัสดุ 3D Printing" และ "ความแม่นยำของชิ้นงาน" ช่วยให้บทความของคุณถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นบน Google
สรุปข้อดีของการประเมินก่อนการผลิต
- ลดการสูญเสียวัสดุจากการพิมพ์ที่ล้มเหลว
- ยืดอายุการใช้งานของแม่พิมพ์ 3D
- ช่วยให้วางแผนการตกแต่งผิวชิ้นงาน (Post-processing) ได้ล่วงหน้า

