หนึ่งในฝันร้ายของนักออกแบบคือการได้รับงานพิมพ์ที่สีเพี้ยน ตัวหนังสือตัดขาด หรือภาพแตก ทั้งที่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์ดูสมบูรณ์แบบ การเข้าใจกระบวนการ "Pre-press" จึงเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยลดการสูญเสียทั้งเวลาและงบประมาณ
1. ตั้งค่าระบบสีให้ถูกต้อง (CMYK vs RGB)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการออกแบบในโหมด RGB (ซึ่งใช้สำหรับหน้าจอ) แต่สั่งพิมพ์ในระบบ CMYK ผลลัพธ์ที่ได้คือสีจะดรอปและหม่นลง ดังนั้นควรเปลี่ยนโหมดสีตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์เพื่อให้ใกล้เคียงกับสีหมึกพิมพ์จริงมากที่สุด
2. การเผื่อระยะตัดตก (Bleed) และระยะปลอดภัย (Margin)
เครื่องจักรตัดกระดาษอาจมีความคลาดเคลื่อนได้เพียงไม่กี่มิลลิเมตร การตั้งค่า Bleed (อย่างน้อย 3mm) จะช่วยให้มั่นใจได้ว่างานพิมพ์จะไม่มีขอบขาวโผล่มา และการรักษา Safety Margin จะช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อหาสำคัญหรือตัวอักษรถูกตัดออกไป
3. ความละเอียดของรูปภาพ (DPI)
ภาพที่ดูชัดบนเว็บไซต์ (72 DPI) ไม่สามารถนำมาพิมพ์ให้ชัดได้ งานพิมพ์คุณภาพสูงต้องมีความละเอียดอย่างน้อย 300 DPI ที่ขนาดจริง เพื่อป้องกันปัญหาภาพแตกหรือเป็นเม็ดพิกเซล
4. การจัดการตัวอักษร (Font Management)
เพื่อป้องกันปัญหาฟอนต์เด้ง หรือเครื่องพิมพ์ไม่มีฟอนต์ที่เราใช้ ควรทำการ Create Outlines (ใน Illustrator) หรือฝังฟอนต์ (Embed) ในไฟล์ PDF ก่อนส่งโรงพิมพ์เสมอ
5. การเลือกใช้ไฟล์ PDF สำหรับงานพิมพ์
การบันทึกไฟล์เป็น PDF/X-1a หรือ PDF/X-4 เป็นมาตรฐานสากลที่โรงพิมพ์ยอมรับ เพราะช่วยรักษาสภาพเลเยอร์ สี และฟอนต์ให้คงที่ที่สุด
เคล็ดลับจากมืออาชีพ: ควรขอทำ Digital Proof หรือตัวอย่างก่อนพิมพ์จริงเสมอ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสีและเนื้อหาเป็นขั้นตอนสุดท้าย

