ในการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การสร้าง แม่พิมพ์ต้นแบบ (Prototype Mold) ที่มีความแม่นยำสูงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ปัจจุบันเทคโนโลยี 3D Printing และ เรซินวิศวกรรม (Engineering Resin) ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของการทำ Rapid Tooling ให้รวดเร็วและประหยัดต้นทุนกว่าเดิม
ทำไมต้องใช้เรซินวิศวกรรมแทนวัสดุทั่วไป?
เรซินทั่วไปมักจะเปราะและทนความร้อนได้ต่ำ แต่เรซินวิศวกรรมถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติเฉพาะตัว เช่น ความแข็งแรงเชิงกลสูง (High Tensile Strength) และความสามารถในการทนความร้อน (Heat Deflection Temperature) ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อต้องรับแรงดันในแม่พิมพ์
ขั้นตอนการเตรียมและใช้งานเรซินวิศวกรรม
- การออกแบบแม่พิมพ์ (Mold Design): ออกแบบไฟล์ 3D โดยเผื่อค่าการหดตัว (Shrinkage) ของเรซิน และเพิ่มช่องระบายอากาศเพื่อป้องกันฟองอากาศ
- การเลือกวัสดุ: เลือกเรซินที่มีความแข็งระดับ Shore D สูง หากใช้สำหรับการหล่อพลาสติก หรือเลือกเรซินทนความร้อนหากใช้เป็นแม่พิมพ์ฉีด (Injection Mold)
- การพิมพ์และการอบ (Printing & Post-Curing): หลังจากพิมพ์ด้วยเครื่อง SLA/DLP แล้ว ต้องทำความสะอาดด้วย IPA และเข้าเครื่อง UV Curing เพื่อให้เรซินเซ็ตตัวจนได้คุณสมบัติทางวิศวกรรมสูงสุด
- การเตรียมพื้นผิว (Surface Finishing): ขัดผิวแม่พิมพ์ให้เรียบเนียนเพื่อลดแรงเสียดทานเวลาถอดชิ้นงาน
ข้อควรระวัง: การใช้เรซินวิศวกรรมควรทำในห้องที่มีการระบายอากาศที่ดี และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน (PPE) เสมอ
สรุป
การใช้ เรซินวิศวกรรมในแม่พิมพ์ต้นแบบ ช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่วัน ทำให้คุณสามารถทดสอบฟังก์ชันของชิ้นงานได้เสมือนการผลิตจริงในราคาที่จับต้องได้

