ในการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ความสวยงามของชิ้นงานอาจไม่สำคัญเท่ากับ "ความแม่นยำทางมิติ" (Dimensional Accuracy) โดยเฉพาะหากคุณต้องพิมพ์ชิ้นส่วนที่ต้องนำไปประกอบเข้าด้วยกัน (Fitment) บทความนี้จะเจาะลึกเทคนิคการตรวจสอบความแม่นยำที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง
ทำไมความแม่นยำของแม่พิมพ์ 3 มิติถึงคลาดเคลื่อน?
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อขนาดของชิ้นงาน ได้แก่ การหดตัวของวัสดุ (Material Shrinkage), การตั้งค่า Step per mm ของมอเตอร์ที่ผิดพลาด และอุณหภูมิขณะพิมพ์ที่ไม่คงที่
5 เทคนิคตรวจสอบความแม่นยำระดับมืออาชีพ
1. การพิมพ์ Calibration Cube
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการพิมพ์ลูกบาศก์ขนาดมาตรฐาน 20x20x20 mm แล้วใช้ Digital Caliper วัดค่าในแกน X, Y และ Z หากค่าที่ได้ไม่ตรง 20.00 mm แสดงว่าคุณต้องปรับจูนเครื่องใหม่
2. การทดสอบ Tolerance (Clearance Test)
เป็นการพิมพ์ชิ้นงานที่มีช่องว่างต่างกัน (เช่น 0.1mm ไปจนถึง 0.5mm) เพื่อดูว่าชิ้นส่วนที่พิมพ์ออกมาสามารถขยับหรือถอดออกจากกันได้ที่ระยะเท่าไหร่ เทคนิคนี้สำคัญมากสำหรับงานวิศวกรรม
3. การวัดรูกลม (Circle-Hole Accuracy)
บ่อยครั้งที่พิมพ์สี่เหลี่ยมแม่นยำแต่ "รูวงกลม" กลับเบี้ยวหรือเล็กกว่าความจริง การตรวจสอบนี้ช่วยเช็คความตึงของสายพาน (Belt Tension) และการตั้งค่า XY Compensation ใน Slicer
4. การใช้ Vernier Caliper และ Micrometer
สำหรับการตรวจสอบความแม่นยำสูง การใช้เครื่องมือวัดที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งจำเป็น ควรวัดชิ้นงานในหลายตำแหน่งเพื่อหาค่าเฉลี่ย (Average) มากกว่าการวัดเพียงจุดเดียว
5. การทำกวาดชิ้นงานด้วย 3D Scanner (ขั้นสูง)
สำหรับงานอุตสาหกรรม การใช้ 3D Scanner เพื่อนำไฟล์ที่พิมพ์ได้จริงไปเปรียบเทียบกับไฟล์ CAD (CAD-to-Part Comparison) จะช่วยให้เห็นจุดที่บิดเบี้ยวได้แบบ Heat map
สรุปการปรับจูนเพื่อความแม่นยำ
- E-Steps Calibration: ตรวจสอบว่าเครื่องจ่ายเส้นพลาสติกตรงตามระยะที่สั่งหรือไม่
- Flow Rate: ปรับปริมาณการฉีดเส้นให้พอดี ไม่ให้ชิ้นงานอ้วนหรือผอมเกินไป
- Cooling: การระบายความร้อนที่เหมาะสมช่วยลดการบิดตัว (Warping)
การตรวจสอบความแม่นยำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณลดการสูญเสียวัสดุและประหยัดเวลาในการทำงานได้อย่างมหาศาล!

