ในอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ปัจจุบัน การแข่งขันเรื่องความเร็วและความแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญ หัวข้อวันนี้เราจะมาเจาะลึก ตัวอย่างการใช้งาน 5-Axis Machining ในแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกจริง ว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยยกระดับการผลิตได้อย่างไรบ้าง
ทำไมต้องใช้ 5-Axis Machining ในการทำแม่พิมพ์?
การกัดชิ้นงานแบบ 5 แกน (5-Axis Machining) ไม่ใช่แค่เรื่องของการหมุนองศา แต่คือการลดข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่ซับซ้อนของ แม่พิมพ์ฉีดพลาสติก (Plastic Injection Mold) ซึ่งปกติแล้วหากใช้เครื่อง 3 แกนแบบเดิม อาจต้องมีการเปลี่ยน Setup หลายครั้ง
1. การกัดร่องลึกและผนังชัน (Deep Cavities & Steep Walls)
ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือแม่พิมพ์ที่มีชิ้นส่วนลึกและแคบ การใช้เครื่อง 5 แกนช่วยให้เราสามารถเอียงหัว Tool (Tool Tilting) เพื่อใช้ Tool ที่สั้นลงได้ ส่งผลให้ลดการสั่นสะเทือน (Vibration) และได้ผิวงานที่เรียบเนียนกว่าเดิมมาก
2. การทำ Undercut โดยไม่ต้องพึ่ง Electrode
ในแม่พิมพ์บางประเภทที่มีมุมเงยหรือ Undercut การใช้ 5-Axis Machining ช่วยให้เราสามารถกัดงานเข้าถึงพื้นที่เหล่านั้นได้โดยตรง ลดขั้นตอนการทำ EDM (Electrical Discharge Machining) และการทำ Electrode ทองแดง ช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนได้มหาศาล
3. การกัดงานรอบด้านในการ Setup ครั้งเดียว (Single Setup)
แม่พิมพ์ฉีดพลาสติกที่มีความซับซ้อนสูง มักจะมีรู Slider หรือรูหล่อเย็น (Cooling Channels) ในหลายทิศทาง การใช้เทคโนโลยี 5 แกนช่วยให้เราจบงานได้ในการติดตั้งเพียงครั้งเดียว ลดความคลาดเคลื่อนจากการย้ายชิ้นงาน (Positioning Error)
Key Benefit: การใช้ 5-Axis Machining ในงานแม่พิมพ์จริง ช่วยลดระยะเวลาการผลิต (Lead Time) ได้ถึง 30-50% และเพิ่มคุณภาพผิวงาน (Surface Finish) จนแทบไม่ต้องขัดแต่งมือ
สรุป
การนำ 5-Axis Machining มาใช้ในงานแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ไม่ใช่เพียงแค่ความทันสมัย แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ทั้งในด้านความแม่นยำและความรวดเร็วที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม 4.0 อย่างแท้จริง
5-Axis Machining, Plastic Injection Mold, CNC Technology, Mold Making, ผลิตแม่พิมพ์, เทคโนโลยีการผลิต

