ในอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ (Mold & Die) ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ Bottleneck หรือจุดคอขวดที่ทำให้งานล่าช้า โดยเฉพาะขั้นตอนการสลับชิ้นงานและการเก็บรายละเอียดงานที่มีความซับซ้อน การนำเทคโนโลยี 5-Axis Machining เข้ามาประยุกต์ใช้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความทันสมัย แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทำไมการผลิตแม่พิมพ์แบบเดิมถึงเกิด Bottleneck?
การผลิตด้วยเครื่องจักร 3 แกนแบบเดิม มักต้องมีการ Setup ชิ้นงานหลายครั้ง (Multiple Setups) เพื่อให้เข้าถึงมุมอับหรือร่องลึกของแม่พิมพ์ ทุกครั้งที่มีการหยุดเครื่องเพื่อเปลี่ยนทิศทางชิ้นงาน จะเกิดความเสี่ยงเรื่องความคลาดเคลื่อน (Accuracy) และเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
5 วิธีที่เครื่อง 5 แกน ช่วยลดคอขวดในกระบวนการผลิต
- ลดจำนวนครั้งในการ Setup: ด้วยความสามารถในการเข้าถึงชิ้นงานได้จากทุกทิศทาง ทำให้สามารถกัดงานเสร็จได้ในการจับยึดเพียงครั้งเดียว (Done-in-one)
- ใช้เครื่องมือตัดที่สั้นลง (Shorter Tools): การเอียงหัวกัดหรือโต๊ะงานช่วยให้ใช้ดอกเอ็นมิลที่สั้นลงได้ ซึ่งช่วยลดการสั่นสะเทือน (Vibration) และเพิ่มความเร็วในการกัดงาน
- ผิวงานละเอียดขึ้น (Superior Surface Finish): การรักษาจุดสัมผัสของเครื่องมือให้เหมาะสมตลอดเวลา ช่วยลดเวลาในการขัดผิวแม่พิมพ์ด้วยมือ (Manual Polishing) ซึ่งเป็นจุดคอขวดที่ใหญ่ที่สุด
- ลดขั้นตอน EDM: รูปทรงซับซ้อนที่เคยต้องใช้การกัดอิเล็กโทรดเพื่อสปาร์คงาน (EDM) สามารถกัดสดได้ด้วยเครื่อง 5 แกน ช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนวัสดุ
- เพิ่มอัตราการใช้เครื่องจักร (Machine Utilization): เมื่อลดเวลา Setup ลง เครื่องจักรก็สามารถทำงานต่อเนื่องได้มากขึ้น ส่งผลให้ Lead Time โดยรวมสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด
สรุป: การเปลี่ยนมาใช้กระบวนการ 5 แกน คือการเปลี่ยนผ่านจากการทำงานแบบ Manual สู่ระบบอัตโนมัติที่แม่นยำกว่า ช่วยให้โรงงานสามารถส่งมอบงานแม่พิมพ์คุณภาพสูงได้เร็วขึ้นและลดต้นทุนแฝงได้อย่างมหาศาล
การผลิตแม่พิมพ์, 5 แกน, ลดคอขวด, 5-Axis Machining, Mold and Die, เทคโนโลยีการผลิต, ปรับปรุงกระบวนการ

