ในอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ (Mold & Die) ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือการเสียเวลาไปกับการ "ขัดแต่งและปรับแก้ด้วยมือ" หลังจากนำงานออกจากเครื่อง CNC ซึ่งขั้นตอนนี้อาจกินเวลามากกว่า 30-50% ของเวลาการผลิตทั้งหมด
เทคโนโลยี 5-Axis Machining หรือการกัดงานแบบ 5 แกน จึงเข้ามาเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด มาดูกันว่าทำไมเทคโนโลยีนี้ถึงช่วยลดเวลาและเพิ่มคุณภาพงานได้มหาศาล
1. เข้าถึงซอกมุมที่ซับซ้อนได้แม่นยำ (Superior Accessibility)
เครื่องจักร 3 แกนแบบเดิมมักจะมีข้อจำกัดในการเข้าถึงร่องลึกหรือมุมอับ ทำให้เกิดรอยกัดที่ไม่สม่ำเสมอ แต่ด้วย 5-Axis Machining หัวทูล (Tool) สามารถเอียงทำมุมได้รอบทิศทาง ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดในส่วนที่ซับซ้อนได้ในครั้งเดียว ลดภาระการขัดแต่งด้วยมือ (Manual Polishing) หลังจบงาน
2. การใช้ Tool ที่สั้นลงเพื่อผิวที่เรียบเนียน
เมื่อเราสามารถเอียงชิ้นงานหรือหัวกัดได้ เราจึงสามารถเลือกใช้ Cutting Tool ที่สั้นลงได้ การใช้ทูลสั้นช่วยลดการสั่นสะเทือน (Vibration) ขณะกัดงาน ผลลัพธ์ที่ได้คือ Surface Finish หรือผิวสัมผัสที่เรียบเนียนกว่าเดิมมาก จนแทบไม่ต้องนำไปเจียระไนต่อ
3. ลดจำนวนครั้งในการติดตั้ง (Single Setup)
การปรับแก้แม่พิมพ์มักเกิดจากความคลาดเคลื่อนตอน "เปลี่ยนองศาการวางชิ้นงาน" (Re-clamping) แต่สำหรับระบบ 5 แกน คุณสามารถผลิตชิ้นงานได้ครบทุกด้านในการติดตั้งเพียงครั้งเดียว (One-stop Setup) ซึ่งช่วยรักษาค่าความแม่นยำ (Accuracy) ของแม่พิมพ์ให้คงที่ ลดโอกาสที่จะต้องกลับมาแก้เนื้อเหล็กภายหลัง
สรุป
การลงทุนในเทคโนโลยี 5-Axis Machining ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วในการตัดเฉือนเท่านั้น แต่คือการลด Lead Time ในภาพรวม โดยเฉพาะการลดขั้นตอนการปรับแก้แม่พิมพ์หลังผลิต ช่วยให้ส่งมอบงานได้ไวขึ้น และลดต้นทุนค่าแรงช่างฝีมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สนใจเทคโนโลยีการผลิตแม่พิมพ์ขั้นสูง ติดตามบทความดีๆ ได้ที่นี่สม่ำเสมอ
5-Axis Machining, CNC, Mold and Die, Manufacturing Technology, ลดเวลาการผลิต, แม่พิมพ์

